วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดการแสดงคอนเสิร์ต Thai Youth Jazz ภายใต้โครงการส่งเสริมเยาวชนด้านดนตรี Thai Youth Jazz ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพด้านดนตรีแจ๊สอย่างสร้างสรรค์ พร้อมผลักดันสู่การเป็นศิลปินรุ่นใหม่ และกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนวงการดนตรีและอุตสาหกรรมวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศ
ปั้นเยาวชนดนตรีจากทั่วประเทศ สู่เวทีจริง
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินโครงการ Thai Youth Jazz อย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาและพัฒนาเยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรีจากทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการคัดเลือก การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนาทักษะร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและศิลปินผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีแจ๊ส
การจัดคอนเสิร์ตครั้งที่ 2 จึงถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้สมาชิกวง Thai Youth Jazz ได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์จากการฝึกฝนมาต่อยอดสู่การแสดงจริง พร้อมสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของโครงการในด้านการพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม
ศิลปินแห่งชาติ-ศิลปาธร ร่วมให้กำลังใจคนรุ่นใหม่
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอิสระ ริ้วตระกูลไพบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิด้านดนตรี ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินศิลปาธรเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
อาทิ นายวิรัช อยู่ถาวร ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล) ประจำปี พ.ศ. 2560, นายดำริห์ บรรณวิทยกิจ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2566, ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2550, นายพงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2560 และ ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ. 2567
นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนสถานศึกษาและสถาบันดนตรี ภาคเอกชน สื่อมวลชน ผู้ปกครอง และประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมชมการแสดงและให้กำลังใจเยาวชนเป็นจำนวนมาก สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ผ่านมิติทางศิลปวัฒนธรรม
เปิดพื้นที่เรียนรู้ ต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพ
การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านดนตรีของเยาวชนไทย พร้อมสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
นอกจากนี้ยังมุ่งต่อยอดศักยภาพของเยาวชนไปสู่การประกอบอาชีพด้านดนตรี การแสดงในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการสร้างเครือข่ายระหว่างศิลปิน ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรมดนตรีในอนาคต
13 บทเพลง แจ๊สหลากรส สะท้อนศักยภาพเยาวชนไทย
ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนอยู่ที่การแสดงของวง Thai Youth Jazz (TYJ) ซึ่งรวบรวมเยาวชนผู้มีความสามารถจากทั่วประเทศที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนอย่างเข้มข้น ก่อนขึ้นเวทีถ่ายทอดบทเพลงแจ๊สจำนวน 13 บทเพลงอย่างเต็มศักยภาพ
บทเพลงที่นำมาแสดงมีความหลากหลาย ทั้งแจ๊สแบบดั้งเดิม แจ๊สคลาสสิก อาทิ 88 Basie Street บทเพลงพระราชนิพนธ์ รวมถึงบทเพลงที่เรียบเรียงเสียงประสานใหม่ให้กับศิลปินรับเชิญสายลูกทุ่งอย่าง แพร ชนา ตลอดจนบทเพลงแต่งใหม่โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ
ผสานแจ๊สกับอัตลักษณ์ไทยอย่างร่วมสมัย
การแสดงครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยเพลงและควบคุมวงโดย ดร.เด่น อยู่ประเสริฐ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี และคณบดีวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อนุภาพ คำมา และ ดร.โสภณ สุวรรณกิจ
ทั้งสามร่วมกันออกแบบและเรียบเรียงบทเพลงให้มีความร่วมสมัย สะท้อนอัตลักษณ์ของดนตรีแจ๊ส พร้อมผสมผสานเทคนิคการบรรเลง ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของเยาวชนไทยอย่างกลมกลืน สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ชมตลอดการแสดง
จากเวทีเยาวชน สู่พลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมร่วมสมัย
โครงการ Thai Youth Jazz จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีการแสดงดนตรี แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของกระทรวงวัฒนธรรมในการสร้างและพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่อย่างเป็นระบบ
การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้จากมืออาชีพ ได้ทดลองแสดงบนเวทีจริง และได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายด้านดนตรี ถือเป็นการสร้างต้นทุนสำคัญให้กับวงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยในระยะยาว
ต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ
ในระยะยาว โครงการนี้ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของประเทศ เพราะเยาวชนที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพในวันนี้ อาจกลายเป็นนักดนตรี นักประพันธ์ ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน โปรดิวเซอร์ หรือศิลปินมืออาชีพที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในอนาคต
Thai Youth Jazz จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดสู่เส้นทางวิชาชีพอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำว่าเยาวชนไทยมีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวสู่เวทีดนตรีทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิ

0 Comments