Header Ads Widget

Header ADS

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม. "ศ.พิเศษ ดร.ดร๊าฟ" ชูโมเดลใหม่ "ส.ก.อิสระ" ไม่ขายตัวบุคคล แต่ขายผลลัพธ์เพื่อคนกรุง

 


การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้าย ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของทั้งผู้สมัครผู้ว่าฯ และผู้สมัคร ส.ก. จากหลายพรรคการเมือง

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับตามองมากที่สุดกลับไม่ใช่พรรคการเมือง หากแต่เป็น "กลุ่มคนทำงาน" ภายใต้การนำของ ศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หรือ "ดร.ดร๊าฟ" ซึ่งเลือกเดินเกมการเมืองในรูปแบบที่แตกต่าง ด้วยการส่งผู้สมัคร ส.ก. 33 เขต ภายใต้แนวคิด "อิสระ ไม่สังกัดพรรค และพร้อมทำงานกับทุกฝ่าย"

ไม่เล่นเกมแลนด์สไลด์ แต่เดิมพันที่ "ระบบ"

จุดยืนที่ ศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ ยืนยันมาตลอด คือ กลุ่มคนทำงานไม่ได้ตั้งเป้าคว้าเสียงข้างมากในสภากรุงเทพมหานคร หรือทำหน้าที่เป็นฐานเสียงให้ผู้สมัครผู้ว่าฯ คนใด

เป้าหมายหลัก คือ การผลักดันบทบาทของ ส.ก. ให้กลับไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการผลักดันการปรับปรุงข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครที่ล้าสมัย ซึ่งมีจำนวนมาก เพื่อให้การบริหารเมืองมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

แนวคิดนี้แตกต่างจากการหาเสียงของผู้สมัครหลายกลุ่มที่มักเน้นโครงการบริหารหรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่กลุ่มคนทำงานเลือกพูดถึงการปรับปรุง "กติกา" และ "ระบบ" ซึ่งอาจไม่หวือหวา แต่หากผลักดันได้สำเร็จ อาจส่งผลระยะยาวต่อการบริหารกรุงเทพมหานคร

ไม่ประกาศหนุนผู้ว่าฯ คนใด คือจุดแข็งหรือความเสี่ยง

อีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์คือ การที่กลุ่มคนทำงานไม่ประกาศตัวว่าเป็นทีมของผู้สมัครผู้ว่าฯ คนใด แม้หลายฝ่ายจะมองว่ามีความใกล้ชิดกับผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน

ศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ อธิบายว่า การรักษาความเป็นอิสระ จะทำให้ ส.ก. ของกลุ่มสามารถทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร หากนโยบายใดเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ก็พร้อมสนับสนุนโดยไม่ยึดติดกับสีเสื้อหรือสังกัดทางการเมือง

ในเชิงยุทธศาสตร์ นี่เป็นการวางตำแหน่งทางการเมืองที่แตกต่างจากการเมืองแบบพรรค เพราะพยายามสร้างภาพลักษณ์ของ "ผู้ตรวจสอบและผู้ร่วมผลักดันนโยบาย" มากกว่าการเป็น "เสียงสนับสนุนฝ่ายบริหาร"

เปลี่ยนการเลือกตั้ง ส.ก. จากแข่งขันตัวบุคคล สู่การแข่งขันด้านนโยบาย

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ กลุ่มคนทำงานพยายามเปลี่ยนกรอบการสื่อสารทางการเมือง โดยเน้นว่า ผู้สมัคร ส.ก. ควรหาเสียงด้วยบทบาทหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่นำเสนอนโยบายที่เป็นอำนาจของฝ่ายบริหาร

ศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ ระบุว่า หน้าที่สำคัญของ ส.ก. คือ การออกและแก้ไขข้อบัญญัติ การตรวจสอบการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร และการเสนอแนวทางเชิงนโยบาย มากกว่าการบริหารโครงการต่าง ๆ ด้วยตนเอง

หากแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับ ก็อาจทำให้การเมืองท้องถิ่นของกรุงเทพมหานครเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติมากขึ้น

กระแสที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการรับรู้ แต่ไม่ใช่คำตอบของผลเลือกตั้ง

ในช่วงโค้งสุดท้าย ศ.พิเศษ ดร.ดวงฤทธิ์ ยอมรับว่า กลุ่มคนทำงานเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

เขามองว่า การถูกพูดถึงย่อมดีกว่าการไม่มีใครรับรู้ เพราะอย่างน้อยสะท้อนว่าประชาชนเริ่มให้ความสนใจต่อแนวคิดและบทบาทของกลุ่ม แม้จะยังมีทั้งผู้เห็นด้วยและผู้ตั้งข้อสงสัยก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ในทางการเมือง กระแสความสนใจไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงทั้งหมด ผลการเลือกตั้งยังขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในวันลงคะแนน

บททดสอบสำคัญของการเมืองอิสระ

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างผู้สมัครผู้ว่าฯ หรือพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบว่า แนวคิดการสร้างเครือข่าย ส.ก.อิสระ ที่เน้น "การทำงานเชิงระบบ" และ "ความร่วมมือข้ามขั้วการเมือง" จะได้รับการตอบรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด

หากผู้สมัครของกลุ่มคนทำงานได้รับเลือกเข้าสภากรุงเทพมหานคร ก็จะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการเมืองท้องถิ่นที่พยายามลดการยึดโยงกับพรรคการเมือง และเพิ่มบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการขับเคลื่อนเมือง

แต่หากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนตามที่คาดหวัง ก็จะเป็นบทสะท้อนว่า แนวคิดการเมืองเชิงระบบอาจยังต้องใช้เวลาในการสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นจากประชาชน

สุดท้ายแล้ว คำตอบทั้งหมดจะอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า จะเลือกการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพรรค การเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยตัวบุคคล หรือการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดและระบบการทำงาน




 

Post a Comment

0 Comments

News Update !!!

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง กทม. "ศ.พิเศษ ดร.ดร๊าฟ" ชูโมเดลใหม่ "ส.ก.อิสระ" ไม่ขายตัวบุคคล แต่ขายผลลัพธ์เพื่อคนกรุง